มนตร์เสน่ห์ภูกระดึง
posted on 16 Aug 2007 10:41 by ed32ชื่อเรื่องลูกทุ้ง...ลูกทุ่งครับ เขินจัง
สาเหตุที่หยิบเอาเรื่องนี้ขึ้นมาเขียน
ก็เพราะว่าเช้านี้อากาศในออฟฟิศน้าว...หนาว
เลยนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ตอนที่ไปปีนภูกระดึงกัน
....รู้สึกว่าจะผ่านมา 6 ปีได้ แล้วมั้ง....
แต่ยังจำอารมณ์นั้นได้ดีเหมือนไปมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เองครับ
ปลายปี44มีวันหยุดต่อเนื่องช่วงวันรัฐธรรมนูญพอดีครับ
บรรดาเหล่าพี่ MORE ทั้งหลายเลยถือโอกาสแบกเป้ขึ้นภูกัน
ทั้ง6คนนั่งรถจากหน้ามอ รถจอดส่งพวกเราที่ไหนสักแห่งครับ
เป็นเพิงๆ ขายข้าว ขายน้ำ อะไรเทือกนั้น
แล้วเราต้องต่อสองแถวเข้าไปที่ทำการอุทยานประมาณ4-5กม.
หลังจากนั้น บทพิสูจน์ของการผจญภัยจริงๆก็เริ่มขึ้น
พวกเราทั้งหมดตัดสินใจขนของขึ้นเองครับ
ไม่จ้างลูกหาบ เพราะคิดว่า "หนูทำได้" (แหม!!! ทำไปด้าย!!!)
ฮือ ฮือ ตอนแรกก็หนุกหนานดี กระโดดโลดเต้นไปมา
โลกนี้ช่างสดใสเสียจริง แต่อนิจจา ยังไม่ถึงกิโลด้วยซ้ำ
พวกเราทุกคนก็เริ่มมีอาการกันแล้วครับ ทั้งต้องแบกเป้
กีต้าร์ อาหารต่างๆ แล้วยังเจือกซื้อน้ำขึ้นมาด้วย เป็นแพ็กๆเลย
ด้วยใครคนหนึ่ง (ที่ระบุตัวไม่ได้) กลัวว่าข้างบนต้องแพงแน่ๆเลยเอ็ง
ครั้นจะทิ้งกลางคัน ก็เสียดาย ก็เลยวนกันหิ้ว ทุกๆ500 เมตร 5555 สม
เส้นทางที่เดินเท้าขึ้นไปนั้น กี่กม. จำไม่ได้ แต่เราพักกันบ่อยมาก
มีคนเค้าพูดไว้ว่า คนที่เป็นแฟนกัน ถ้าอยากพิสูจน์รักแท้
ก็ให้มาปีนภูด้วยกันนี่แหละ... หลายคู่กลับไปเลิกกันเลย
แต่ดีนะ กลุ่มเรามีแต่เพื่อนกัน จึงด่ากันได้ ไม่ต้องแอ๊บแบ๊ว
กว่าจะขึ้นไปถึงหลังแป ก็แทบลมจับ แต่ไม่ท้อนะครับ
เพราะมีอาม้า อายุประมาณ80 จ้างลูกหาบหามเสลี่ยงพาแกขึ้นมาเลย
คงเป็นความใฝ่ฝัน ของแกที่จะได้พิชิตภูกระดึง
ทันทีที่ถึงหลังแปเราก็พักถ่ายรูปกับป้าย "เราคือผู้พิชิตภูกระดึง"
เพื่อเป็นหลักฐานว่ามาถึงจริงๆนะ แล้วแวะทานข้าวกันข้างทาง
ก็มีปลากระป๋อง ไก่ย่าง โห อร่อยโคตร!!!
อิ่มท้องแล้วเดินต่อ ค่อยมีแรงร้องเพลงชมนกชมไม้หน่อย
ถึงลานบริเวณที่เค้าให้กางเต้นท์ ก็จวนจะมืดอยู่แล้ว
เรากางเต็นท์ 2 หลัง ทำอาหารกินกัน มาม่าครับ
คืนนี้ไม่มีใครอาบน้ำเลย 5555 หนาวครับ ให้อภัยได้
กิจกรรมค้างแรมของเรามีเล่นกีต้าร์ครับ เต็นท์ข้างๆแจมด้วย
ดีครับ ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ดึกแล้วนอนดีฝ่า..... ตื่นเช้ามาเปียกหมดเลย
น้ำค้างแรงมาก สายตะวันโด่งครับ ไม่ได้ดงได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นกันเลย
วันนี้ เราออกเดินเท้ากัน เพื่อชมจุดต่างๆ บนภูกระดึง
โดยอาศัยแผนที่อันนึง ไปดูน้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกวังกวาง น้ำตกถ้ำใหญ่ซึ่งมีใบ
เมเปิลหล่นตามโขดหินและลอยตามน้ำสวยงามมาก เรามีโอกาสได้เห็นพันธุ์ไม้ต่างๆ
ที่เคยเรียนในวิชาชีววิทยา เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง กับดักพญามาร สนสองใบ สนสามใบ
กุหลาบป่า เอนอ้า ฯลฯ วันนี้เดินทั้งวันครับ
แต่ช่วงที่เราไปนี้ เริ่มจะแห้งแล้งแล้วนะ ถ้าใครอยากไปตอนสดๆ
ต้องไปตุลา รึ พย. น่ะครับ กำลังดีเลย
จุดที่ทุกคนไม่ยอมพลาด ก็คือ ผาหล่มสัก เป้นจุดชมวิวพระอาทิตย์อัสดง
หลายคนคงคุ้นกับภาพชะง่อนหิน ที่ยื่นออกไปหน้าผา
ตรงนี้แหละต้องต่อคิวถ่ายภาพกัน เสียนานเลย
หลังจากนั้นเราก็เดินลัดเลียบผามาเรื่อยๆ จนถึง
ผาเหยียบเมฆ ผานกแอ่น ก็เป็นเวลามืดพอดี
เราจึงเดินกลับเต็นท์กัน มีนักท่องเที่ยวเยอะแยะไปหมดเลย
คืนนี้ เราก็ยังสามัคคีกันไม่อาบน้ำเช่นเคย
ตอนเช้าเราเก็บสัมภาระพร้อมลงจากภูกัน
ตอนลงนี่แปลกแฮะ ถึงเร็วกว่าตอนขึ้น
ไม่ค่อยเหนื่อยด้วย ก็เล่นวิ่งลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกกันนี่ครับ
เบรกแทบไม่ทัน ระหว่างที่นั่งรถกลับมอกัน หลับเป็นตายครับ
ประสบการณ์ 3วัน2คืน กับการไม่อาบน้ำของพวกเรา
ยังตราตรึงใจอยู่จนถึงทุกวันนี้ ยี้!!
#1 By :: KinG MoJi :: on 2007-08-16 10:52