ครูดอย2
posted on 20 Aug 2007 14:50 by ed32วันแรกที่ไอ้ชาติ.... หรือครูชาติของเรา
เดินทางไปรายงานตัวที่อ.แม่ระมาด จ.ตาก
นอนพักที่ตัวอำเภอคืนหนึ่ง....
รุ่งเช้า...มันก็ต้องออกเดินทางต่อทันที
ทางขึ้นเขานั้น ค่อนข้างสูงชัน และคดเคี้ยว
รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อต้องค่อยๆคืบคลานขึ้นไป
อย่างระมัดระวัง .... และในที่สุดพวกเขาก็ได้สัมผัสถึง
จุดหมายของการเดินทาง
**********************************
โรงเรียนที่ครูชาติ ต้องกิน อยู่ หลับ นอน นั้น
มีครูทั้งหมด 5 คน (รวมครูใหญ่และรวมครูใหม่อีก3คนแล้วครับ)
ทุกคนจะอาศัยบ้านพักครูหลังเดียวกัน
(เว้นแต่ว่าใครจะได้รับสิทธิพิเศษ มีครอบครัวรับอุปการะ..เสร็จสาวดอย ซะงั้น)
ที่บ้านพักหลังนี้ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างหรูทีเดียว
เช่น เตาผิง (เตาอั้งโล่) โคมไฟ (ตะเกียงพายุ) จากุซซี่ (โอ่งปากบิ่นนิดๆ เพราะรอยขัน)
ทุกเช้าจะมีภารโรงมาหุงข้าวให้ นักเรียนตัวเล็กๆของพวกเขา
ก็จะมาปลุกคุณครูหนุ่มๆทั้งหลาย
และล้างถ้วยชาม เก็บกวาดครัวให้
เห็นไหมครับ ว่าชีวิตครูดอยก็ไม่ได้ลำบากอะไรเลย
***********************************
ตกเย็นครูชาติ ก็ต้องสร้างสัมพันธภาพกับชาวบ้าน
เยี่ยมกำนันบ้าง ผู้ใหญ่บ้าง อบต.บ้าง
นี่แหละเป็นที่มาของคำตอบมันที่ว่า
"ถ้าไม่ขาดสารอาหารตายก็คงเป็นตับแข็งตาย"
ที่นี่จะไม่ค่อยมีอาหารการกินสมบูรณ์ซักเท่าไหร่
แทบไม่มีเลยแหละ ผมเคยถามว่าแล้วมึงกินอะไรวะ
มันก็บอกว่า ปลากระป๋อง ปลาเค็ม เนื้อเค็ม มาม่า
ที่ซื้อขึ้นมาเวลาที่ลงไปในเมือง
ลงไปทีก็ขนขึ้นมา ส่วนใหญ่จะลงไปเดือนละครั้ง
เพราะค่อนข้างลำบาก ขี่มอเตอร์ไซค์ลงไป
เติมนำมันครั้งละ 200 บาทเลยนะครับ
******************************
เด็กๆที่นี่จะแข็งแรง และแข็งแกร่ง
ไม่มีโอกาสได้เจอพุงกระเพื่อมอย่างแน่นอน
นักเรียนประมาณ80คน เดินเท้ามาเรียน
ไม่มีเครื่องแบบนักเรียน (แบบนานาชาติว่างั้น)
เนื่องจากอากาศหนาวเย็นเกือบทั้งปี
ผนวกกับความขาดแคลน รร.จึงอนุโลมให้
******************************
ประชากรที่นี่ประกอบอาชีพทำไร่ ทำสวน ทำนา
ผลผลิตก็ไม่ค่อยจะได้ผลเท่าไหร่
เพราะถ้าใครจำได้ ตอนที่เรียนวิชาภูมิศาสตร์นั้น
พื้นที่จ.ตาก จะเป็นเขตเงาฝนซะเป็นส่วนใหญ่
เด็กจึงทานข้าวกับน้ำพริก ใครที่ทานรสเผ็ดไม่ได้
ก็จะทานข้าวคลุกเกลือ และมีแมลงต่างๆ
ให้กิน เพื่อเสริมสร้างโปรตีนให้แก่ร่างกายบ้าง
แต่โชคดีที่รร.มีอาหารกลางวันให้พวกเขาได้ทานอิ่มกัน
เมนูแนะนำของที่นี่คือ แกงปลากระป๋องใส่วุ้นเส้น
***************************************
ตลอดเวลาของการใช้ชีวิตที่นี่
วิถีชีวิตของครูชาติ ต้องวนเวียนอยู่กับ
เด็กดอย กำนันดอย ผู้ใหญ่ดอย อบต.ดอย
มีบ้างเหมือนกัน....ที่จิตใจอ่อนแอปล่อยให้ความเหงามาครอบงำ
ท้อแท้..คิดถึงบ้าน...คิดถึงเพื่อน คิดถึงมอ....ฯลฯ
ไฟฟ้าก็ไม่มี โทรทัศน์ไม่ได้ดู มือถือใช้ไม่ได้
เหล้าเท่านั้น ที่จะช่วยให้ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้
*************************************
เมื่อย้อนมองกลับหลังไป เมื่อ2ปีที่แล้ว
จนถึงวันนี้ ที่นี่อาจเหมือนเดิมทุกอย่าง
ตื่นมาพบกับสายหมอกและลมหนาว
รอบกายแวดล้อมไปด้วยขุนเขาและผืนป่า
เมื่ออาทิตย์ลับฟ้าความมืดคลืบคลานแทนที่
ไร้ซึ่งเสียงเพลงกล่อมเกลา.......
....แต่....ที่นี่มี เสียงหริ่งเรไร ขับขาน
สีหน้าแววตาซื่อๆจริงใจของเพื่อนมนุษย์
เสียงเจื้อยแจ้วสำเนียงไม่ชัดของลูกศิษย์
เพียงเท่านี้ .....ก็คุ้มค่าแล้ว..สำหรับการบุกป่าฝ่าดงขึ้นมาที่นี่
***************************************
ครูชาติมีอบรมที่ในเมือง 5 วัน
เขาจะเก็บเกี่ยวความรู้และเทคนิคใหม่ๆ
เอาไปใช้กับลูกศิษย์ของเขาให้ได้มากที่สุด
เขาบอกกับเพื่อนว่า...เขาภูมิใจเหลือเกิน
รู้สึกอิ่มเอมทุกครั้งที่เด็กเรียกเขาว่า ครู
ผมเองก็อยากจะบอกมันเหมือนกันว่า
"กูก็ภูมิใจในตัวมึงเหมือนกันว่ะเพื่อน"
แต่เพราะกลัวว่ามันจะเหลิง จึงได้แต่พูดทิ้งท้ายสั้นๆว่า
"แดกเหล้าเพลาๆหน่อยนะ ไอ้ชาติ........"
********* ซะงั้น **********
#1 By ป้าหมู on 2007-08-20 15:16