เรื่องเล่าของนักเดินทางฝึกหัด
posted on 02 Oct 2007 18:09 by ed32สวัสดีครับ หายไปหลายวัน พอกลับมาก็โดนตัดเน็ตไปเรียบร้อยแล้วครับ นี่ต้องมาอัพที่ร้านข้างล่างหอพัก ทีแรกกะว่าจะเอารูปไปเที่ยวมาฝาก แต่อัพไม่เป็นอ่ะครับ มันภาพใหญ่มาก น่าเกลียด ก็เลยขอเล่าสู่กันฟังก่อนละกันนะครับ
ตอนแรกกะว่าจะออกเดินทางเช้าวันเสาร์เลย แต่มีงานด่วนเข้ามา ต้องอยู่ทำงานวันเสาร์ถึงห้าโมงเย็นเลยครับ ฮึ่มมม อุตส่าห์ตั้งใจไว้...แต่ไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคขวางกั้นได้ครับ ถ้าเราอยากจะทำมันจริงๆ
เช้าวันอาทิตย์ที่สดใส อาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว หิ้วกระเป๋าคู่ใจ ขึ้นรถเมล์สาย29ก มุ่งหน้าสู่หัวลำโพง ทำไมวันนี้รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ลึกๆก็หวั่นๆเหมือนกัน เอ๊ะ ยังไง เที่ยวเมืองไทยนะ ไม่ได้ไปพม่าซักหน่อย พอลงจากรถเมล์ ผมก็เดินเรื่อยๆเอื่อยๆ ไม่รีบร้อนเข้าไปบริเวณที่พักผู้โดยสาร โอ้โห มีผู้โดยสารหนาตาเลยครับท่าน ผมไม่ยักรู้มาก่อนว่ามีคนใช้บริการรถไฟไทยเยอะขนาดนี้ ทั้งหอบลูกจูงหลาน แบกเป้นั่งเฝ้ากระสอบ สัมภาระอะไรเยอะแยะไปหมด
ผมเดินไปหยุดที่ช่องขายตั๋วหมายเลข 8
ผมเอง "พี่ครับผมจะไป...(ไปไหนดีฟระ.).....หัวหินครับ"
พนง. "เที่ยวแปดโมงเต็มครับ มีอีกทีเก้าโมง"
ผมเอง แหงนมองนาฬิกา เพิ่งจะ เจ็ดโมงครึ่งเอง "งั้นผมไปอยุธยาครับ" อะไรฟระ หัวหินกะอยุธยามันคนละแนวเลยนะเนี่ย พี่แกคงสงสัย แต่ไม่ว่าอะไร เห็นกดแป้นสองสามที
พนง. "อยุธยา 20 บาท"
ผมรีบจ่ายตังค์ ราวกับกลัวว่าเค้าจะเปลี่ยนใจขึ้นราคาตั๋วรถไฟซะยังงั้น ก็มันถูกมากนิครับ ผมถอยออกมาตั้งหลักอยู่แถวๆนั้น แล้วหยิบตั๋วขึ้นมาพิจารณา ขบวนที่ 75 กรุงเทพฯ-อุดรธานี เวลา 08-20น. ราคา 20 บาท ไม่มีที่นั่ง เอาวะ ก็ตั้งใจมาลุยแล้วนี่นา ไม่เห็นเป็นไรเลย ว่าแล้วผมก็เดินไปเดินมา ถ่ายรูปให้ตัวเอง นั่งที่เก้าอี้สีแดง แล้วลุกเดินไปเดินมาอีกหลายรอบ ก่อนที่ชาวบ้านเขาจะรำคาญ ผมจึงตัดสินใจหาอะไรรองท้องดีกว่า
พอใกล้เวลารถออก ผมจึงเข้าไปบริเวณชานชาลา โอ้มายก้อด กรูต้องขึ้นขบวนไหนเนี่ย ถามชาวบ้านเค้าไปทั่ว ในที่สุดก็หาเจอครับ อยู่ริมสุดเลย รางที่11 ตู้ชั้น3 แน่นขนัดไปด้วยผู้โดยสารทั้งไทยและชาวต่างชาติ ผมไม่ซีเรียสเท่าไร เพราะตั้งใจไว้แล้วว่า นั่นคือส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้ ถึงแม้จะเป็นระยะทางเพียงใกล้ๆก็ตาม ผมพาตัวเองมายืนอยู่หน้าห้องน้ำ แล้วชวนพี่ผู้หญิงคนหนึ่งคุย ปรากฎว่าแกลงอยุธยาเหมือนกัน รถไฟเริ่มเคลื่อนตัวช้าๆ ออกจากสถานี แน่นมาก แน่นจริงๆ พี่คนนั้นคงสังเกตสีหน้าผมออก แกจึงสะกิดที่แขน ชวนผมเดินไปที่ตู้ปรับอากาศชั้น2 ผมก็เดิกนตามแกไปแต่โดยดี ตู้นี้มีที่ว่างเยอะเลยครับ เลือกนั่งได้ตามสบาย จ่ายเพิ่ม20บาท ผมก็เพลิดเพลินกับการเก็บภาพ และคุยกะคนโน้นคนนี้ไปทั่ว บรรยากาศบนรถไฟต่างจากการนั่งรถทัวร์อย่างสิ้นเชิงเลยครับ ที่นี่ทุกคนเป็นมิตร ชวนคุยยังกะสนิทสนมกัน ผมว่ามันให้ความรู้สึกอบอุ่นของมิตรภาพจากคนแปลกหน้า มันให้รสชาติของวิถีชีวิตจริงๆ
ผมถึงจุดหมายปลายทางประมาณเกือบสิบโมง นั่งเรือข้ามฟาก ไปฝั่งตลาดเจ้าพรหม ด้วยคำแนะนำจากคนแถวนั้น และจากการสังเกตนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นคนอื่นๆครับ ดูเหอะครับ เด็กมัธยมญี่ปุ่นกล้าเดินทางมาเที่ยวต่างประเทศตั้งแต่อายุสิบกว่าปี แต่ผมเพิ่งจะคิดเดินทางคนเดียว ก็ปาเข้าไปเกือบ.....ปีแล้วครับ แต่ช่างมันเหอะ หลังจากนั้นผมนั่งตุ๊กๆ ไปลงที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ ราคา 50 บาท ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย สาวญี่ปุ่นคนนึงอาสาช่วยถ่ายให้หนึ่งช็อต เธอคงสงสารน่ะครับ ที่พยามยื่นแขนถ่ายรูปให้ตัวเองอยู่ยังงั้น
ข้อดีของการเดินทางคนเดียว ก็คือ เหนื่อยก็พัก หายเหนื่อยก็เดินต่อ ไม่สนใจใคร อยากกินอะไรก็กิน วันนี้ทั้งวันท้องฟ้าช่างเป็นใจเสียนี่ แดดจ้าทั้งวันเลยครับ หลังจากออกจากวัดดังกล่าว ผมก็เดินมาเรื่อยๆถึงวัดพระราม และนั่งสามล้อถีบลุงผู้ใจดี มาที่วัดมหาธาตุ ระหว่างทาง ลุงก็ทำหน้าที่ไกด์ที่ดี เล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ฟัง แกเล่าว่าทีอยุธยามีจำนวนวัดมากถึง 465 วัด (ไม่รู้จริงป่ะ เช็คดูอีกทีนะ)
ผมใช้เวลาเตร็ดเตร่อยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ของร่องรอยประวัติศาสตร์ที่เคยรุ่งเรืองของบรรพบุรุษไทยเรา จนเหนื่อยหอบ คิดว่าคงสมควรแก่เวลาแล้วละ ก็เลยเดินมาขึ้นรถตู้กลับอนุสาวรีย์ชัยฯ เพราะคิดว่าขืนไปรอรถไฟ คงไม่ไหวแน่ (เล่าให้ใครฟัง เค้าล้อว่าไม่แน่จริงนี่หว่า) สรุปว่าวันนี้ผมใช้งบไปแค่ 400 บาทเอง ค่ากินเป็นส่วนใหญ่ครับ เอาไว้ทริป หน้า ค่อยไปไกลกว่านี้แต่ผมว่าเตรียมตัวซักนิดก็ดีเหมือนกันนะครับ มีนมากระซิบบอกว่าไปบ้านกรูดดิ ธรรมชาติดีนะเงียบสงบกว่าหัวหิน แล้วจะเก้บไว้พิจารณานะคร้าบบบ
ปล.1. เดี๋ยวเอารูปมาลงทีหลังครับ
ปล.2 ช่วงนี้คงไม่ค่อยได้อัพ เพราะโดนตัดเน็ต ตอนเย็นก็เลิกเรียนดึก คงเป็นอาทิตย์ละครั้งนะครับ
เราว่า..หาเพื่อนไปเป็นเพื่อนอีกคนก็ดีนะ
อย่างน้อย จะได้มีคนถ่ายรูปให้อ่ะ
#1 By ~* พระอาทิตย์สีชมพู *~ on 2007-10-02 18:23