ไปเที่ยวกันเหอะ
posted on 21 Nov 2007 11:58 by ed32ไปเที่ยวกันเหอะ
จริงๆแล้วในกรุงเทพฯและเขตปริมณฑลนี่มีสถานที่ท่องเที่ยวตั้งมากมายเลยนะครับ แต่ส่วนใหญ่เราจะนึกแต่ว่าถ้าไปเที่ยว
ต้องไปต่างจังหวัดเท่านั้น ! การเที่ยวในนิยามของผมคือ การสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ ในสถานที่ต่างๆที่เราไม่เคยไปมา
ก่อน หรือเคยไปแล้วแต่ประทับใจจนต้องกลับไปเยือนใหม่อีกครั้ง ดังนั้นการไปเดินสะพานพุทธ ตรอกข้าวสาร นั่งเรือไปท่าวัง
หลัง ข้ามฟากมาท่าพระจันทร์ เดินต่อไปท่าเตียน นั่งรถเมล์รอบกรุง ก็ถือเป็นการเที่ยวแล้วครับเมื่อไม่นานมานี้นิตยสาร
Trip ได้นำเสนอที่เที่ยว 50แห่งในกรุงเทพมหานคร สถานที่เหล่านั้นล้วนแต่มีความน่าสนใจทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ทาง
ประวัติศาสตร์ เช่น วัดวาอาราม ชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้ให้คนรุ่นใหม่ได้ไปสัมผัส หรือกิจกรรมอื่นๆที่แต่
ละสถานที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่มีแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้นรู้ ผมเชื่อเสมอมาว่าการได้ไป
สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆนั้น จะทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจของชีวิต เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่มีโอกาส ผมจะพาตัวเองไป
เตร็ดเตร่ในสถานที่แปลกใหม่อยู่เสมอ ถ้ามีตังค์หน่อยก็ไปต่างจังหวัด ถ้าเป็นช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนก็เที่ยวใกล้ๆบ้าน
นี่แหละครับ ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมไปเที่ยวเกาะมาครับ ค่าใช้จ่ายไม่กี่บาทเองครับ ไม่ต้องซื้อแพ็คเกจ ไม่ต้อง
เสียเวลาเดินทางมากมาย ขอแค่เตรียมกำลังขา และกำลังใจของท่านก็เป็นพอ เกาะที่ผมไปคือ เกาะเกร็ดครับ แค่นั่งรถเมล์
สาย166 จากอนุสาวรีย์ชัยฯ รถจะขึ้นทางด่วน วิ่งเข้าปากเกร็ด แต่จุดที่เราจะลงก็คือ ป้ายท่าน้ำครับ ต้องลงก่อนที่รถจะยู
เทิร์นมาที่เมืองทอง ถ้าไม่แน่ใจก็ถามพี่กระเป๋ารถเมล์ได้ เมื่อลงรถเมล์แล้ว ก็ถามคนแถวนั้นครับเพื่อที่จะเดินมาข้ามเรือข้าม
ฟาก บนเกาะเกร็ดก็จะมีบรรยากาศแบบวิถีชีวิตของชาวบ้าน (ชาวมอญ) เชื่อมั้ยครับว่าเกาะเล็กๆกลางแม่น้ำเจ้าพระยาจะ
มีวัดตั้งอยู่ตั้งหลายวัดเลยทีเดียวให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล อาหารการกินที่ขึ้นชื่อของที่นี่คือ
ทอดมันหน่อกะลา, ดอกไม้ทอดได้แก่ดอกลีลาวดี ดอกอัญชัน ดอกเข็ม ดอกกล้วยไม้ ดอกอะไรต่อมิอะไรสารพัดที่เค้าสรรหา
กันมาทำ รสชาติก็อร่อยดีครับ ใครมาต้องชิมให้ได้ ไม่งั้นถือว่ายังมาไม่ถึงเกาะเกร็ดครับ วันนั้นผมไปกับเพื่อนซี้ครับ แบบว่า
อารมณ์เดียวกัน ก็เลยอยู่ได้นาน ไม่เบื่อไม่เหนื่อย เราเดินดูของไปเรื่อย กินโน่นกินนี่ที่เราไม่เคยกินหรือว่าหากินได้ยาก แล้ว
แวะนั่งที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เหตุผลที่เลือกร้านนี้ก็คือ มีชานติดกับเจ้าพระยา และไม่มีลูกค้าแม้แต่โต๊ะเดียว บรรยากาศ
เหมือนอยู่บ้านตัวเองเลยอ่ะ ผมถอดรองเท้าถุงเท้า เอาเท้าจุ่มน้ำเล่นตรงบันไดที่ยื่นลงไปในน้ำ เย็นสบายมากเลย มีเรือหาง
ยาวและเรือนักท่องเที่ยววิ่งผ่านไปมา ป้าเจ้าของร้านเอาอาหารที่สั่งมาเสิร์ฟแล้วครับ ผมเพิ่งรู้วันนี้ว่ามีอาหารอยู่อย่างหนึ่ง
ที่ผมกินไม่ได้(ผมมักจะบอกกับทุกคนว่าผมเลี้ยงง่าย กินได้ทุกอย่าง) ผมสั่งข้าวแช่รามัญครับ เพราะเป็นเมนู recommend
เลยครับ มันเป็นครั้งแรกที่ผมจะลองกินดู หน้าตาน่ารักดีนะครับ (แต่บางทีก็คล้ายข้าวคลุกยาเบื่อหนูยังไงไม่รู้) เป็นเม็ด
ข้าวสีม่วงๆของดอกอัญชันปริ่มน้ำอยู่ในถ้วยเล็กๆ มีมะลิหนึ่งดอกลอยคออยู่ และก็มีชามเล็กๆอีกใบใส่หมูหยอง หมูเส้น
เหมือนที่เราเคยกินกะข้าวเหนียวห่ออ่ะครับ คำแรกผมซดข้าวสีม่วงนั้นเต็มช้อนเลยครับ พอเข้าปากเท่านั้นแหละครับ แทบ
จะพุ่งออกมาเลย ก็มันไม่มีรสชาติเลยนี่ครับ เขาต้องกินกับเครื่องเคียงอีกชาม เอาละ..ผมจะลองดูใหม่อีกครั้ง...แต่ไม่ไหว
จริงๆครับ ขอบาย แต่เราก็นั่งเล่นอาหารที่สั่งมากินไม่ได้ เราก็กินลมชมวิวแทนละกัน จนมีลูกค้าคนอื่นๆมานั่งสอง-สามโต๊ะ
เราก็เลยออกเดินทางกันต่อ เราแวะนั่งที่ร้านกาแฟร้านหนึ่ง บรรยากาศร่มรื่น น่านั่งมากครับ เค้าจัดที่นั่งริมคลอง แบบว่า
ลูกค้าสามารถนั่งแกว่งเท้าในน้ำเล่นได้ครับ และผมก็ได้สัจธรรมอีกข้อคือ กาแฟอร่อยๆมักจะเป็นกาแฟรถเข็ญ ไม่มีโต๊ะนั่ง
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็ได้อีกประสบการณ์ครับ ไม่ซีเรียส จนประมาณ5โมงเย็นเราก็กลับกัน แปลกใจจัง วันนั้นมีจุดพลุที่เมืองทอง แต่
รถไม่ยักติดเลย ผมจำได้ปีที่แล้วผมไปดูพลุที่นี่แหละ รถติดตั้งแต่บ่ายสามแล้ว ไม่สามารถลงจากทางด่วนได้เลย ต้องจอด
รถดูบนนั้นเลยครับ นับว่าคราวนี้มีการเตรียมการที่ดีขึ้นกว่าเดิม
edit @ 21 Nov 2007 12:00:17 by nooddies
ปอนก็อยากไปเกาะเกร็ดมากครับ ตอนนั้นเคยคิดว่าจะขึ้นเรือด่วนจากท่าศิริราชไป แต่ก็ไม่ได้ไปสักที ท่าทางจะสนุกมากเลยนะครับ ไปไม่ต้องเยอะ แต่ไปกับเพื่อนที่ถูกใจก็จะมีความสุขเที่ยวสนุกไม่ต้องมาพะว้าพะวง สงสัยต้องหาโอกาสไปมั่งแล้ว แต่ๆๆ ตอนนี้ไม่ได้อยู่กทม.แล้วนี่สิคงจะมีโอกาสไปยากมากๆๆ แน่ๆ เลย
#1 By ปอนปอน on 2007-11-21 12:18